Ripple ยืนยัน!! แพลตฟอร์มการโอนเงินข้ามพรมแดนด้วย “XRP” เตรียมจะเปิดเพิ่มในประเทศออสเตรเลียและประเทศไทย

Ripple ยืนยัน!! แพลตฟอร์มการโอนเงินข้ามพรมแดนด้วย “XRP” เตรียมจะเปิดเพิ่มในประเทศออสเตรเลียและประเทศไทย

joker123

Ripple ได้เปิดเผยรายละเอียดใหม่เกี่ยวกับการขยายตัวของแพลตฟอร์มการโอนเงินข้ามพรมแดนด้วย “XRP” ที่เรียกว่า On-Demand Liquidity (ODL) หรือชื่อเดิมคือ xRapid โดย Eric van Miltenburg หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการระดับโลกของบริษัทยืนยันว่า “ODL” กำลังจะเปิดเพิ่มอีกสองประเทศ คือประเทศออสเตรเลียและประเทศไทย

สล็อต

ในการให้สัมภาษณ์ครั้งใหม่หลังจากการประชุม Swell ที่สิงคโปร์เมื่อเร็ว ๆ นี้ เขายืนยันว่า ODL กำลังจะเปิดตัวในออสเตรเลียและยังเปิดเผยว่าจะมีการเปิดตัวที่ประเทศไทยในปี 2020
“เราเปิดตัวที่เม็กซิโกเมื่อปีที่แล้วตามด้วยฟิลิปปินส์ และเราเพิ่งประกาศบนเวทีว่าออสเตรเลียกำลังใกล้จะออนไลน์แล้ว และใน roadmap ยังเตรียมจะเปิดในประเทศไทยในปี 2020อีกด้วย”
อย่างไรก็ตาม Miltenburg กล่าวว่า Ripple จำเป็นต้องใช้เวลาและความระมัดระวังเป็นอย่างมากในการเปิดตัว ODL ในตลาดใหม่ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความชัดเจนของกฎระเบียบ “หน่วยงานกำกับดูแลในแต่ละประเทศต่างมีมุมมองที่แตกต่างกันเกี่ยวกับวิธีการใช้สินทรัพย์ดิจิตอล ตัวอย่างเช่น หากคุณมองไปที่จีนหรืออินเดีย พวกเขาไม่เป็นมิตรกับสินทรัพย์ดิจิทัล แต่ในประเทศอื่น ๆ ก็มีความก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นเราจึงต้องระมัดระวังในการเปิดตัว และเราจะต้องมั่นใจได้ว่าลูกค้าของเราจะสบายใจว่ามีกฎระเบียบที่ชัดเจน [และ] พวกเขาไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับสิ่งใด”
นักวิเคราะห์ crypto ได้เตือนผู้ติดตามกว่า 68,853 คนของเขาใน TradingView เกี่ยวกับราคาของสินทรัพย์ Crypto ที่ใหญ่เป็นอันดับสามนั่นคือ XRP
โดยเขาคิดว่า XRP นั้นมีแนวโน้มที่จะลดลงในระยะสั้นจากราคาปัจจุบันที่ $0.21 ไปถึง $0.15 ซึ่งเท่ากับการลดลง 31% “XRP (รวมถึงสินทรัพย์ crypto ส่วนใหญ่) ดูอันตรายอย่างมากในขณะนี้”
นักวิเคราะห์คาดว่า RSI หรือ Relative Strength Index ของ XRP ในปัจจุบันเป็นกุญแจสำคัญ แม้ว่าจะ overbought อย่างรุนแรงในต้นปี 2018 แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ถึงจุด oversold ซึ่งเป็น “ช่วงเวลาที่ดีในการซื้อ”
ก่อนหน้านี้เพิ่งมีรายงานจากข้อมูลของ BitInfoCharts ระบุว่าปริมาณธุรกรรมของ XRP นั้นพุ่งสูงถึง 3.53 ล้านครั้ง ซึ่งสูงกว่าระดับสูงสุดก่อนหน้านี้ที่ 1.70 ล้านครั้งซึ่งต้องย้อนกลับไปเมื่อเดือนมกราคมเลยทีเดียว
Xpring บริษัทที่เน้นไปทางด้านการลงทุนและการพัฒนาของ Ripple ได้เปิดเผยถึงกลยุทธ์ใหม่ในการกระตุ้นการยอมรับการใช้งาน XRP
ในการสัมภาษณ์กับ Abra : Ethan Beard รองประธานอาวุโสของ Xpring กล่าวว่า บริษัทกำลังดำเนินการตามกลยุทธ์ที่วางไว้ 2 ประการ : “เรามีกลยุทธ์ตั้งแต่บนลงล่าง ที่สามารถทำงานร่วมกับสถาบันการเงินได้โดยตรง , จัดหาซอฟต์แวร์ระดับองค์กรที่ปรับแต่งมาเพื่อพวกเขาและทำให้พวกเขาสามารถใช้พลังของ XRP ได้ และกลยุทธ์อีกอย่างคือจากล่างขึ้นบน ซึ่งเรามุ่งเน้นไปที่นักพัฒนาและให้พวกเขาเหล่านั้นรวม XRP เข้าไปในแอปพลิเคชันของพวกเขา”
จนถึงตอนนี้ Xpring ของ Ripple ได้ทุ่มเงินลงทุนไปแล้วมากกว่า $500,000,000 ให้แก่บริษัทต่างๆที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชน
“เราใช้เวลาในปีแรกไปกับการทำความเข้าใจว่าเราจะทำงานร่วมกับบริษัทเหล่านี้ได้ดีเพียงใด และจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ดังนั้นการลงทุนบางส่วนของเราจึงเป็นการเฉพาะเจาะจงลงไปในบริษัทที่ใช้ XRP โดยตรง ขณะที่ก็มีบางส่วนที่เราลงทุนในทีมงานที่น่าทึ่ง ซึ่งกำลังพัฒนาสิ่งที่น่าสนใจซึ่งเราพบว่ามันยอดเยี่ยมและเป็นทีมที่เราต้องการจะทำงานด้วยในอนาคต”

สล็อตออนไลน์

รายงานจาก Finextra ระบุว่า Nium ผู้ให้บริการชำระเงินข้ามพรมแดนและเป็นสมาชิกของ RippleNet เปิดเผยว่าบริษัทจะร่วมมือกับหนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่ทางการเงินระดับโลกอย่าง Visa โดยความร่วมมือครั้งนี้ผู้ถือบัตรเดบิตวีซ่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะสามารถรับเงินที่ส่งถึงพวกเขาได้แบบเรียลไทม์โดยใช้ Visa Direct
Nium ชื่อเดิมคือ InstaReM เข้าร่วมกับ RippleNet ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2018 โดยถือเป็นหนึ่งในผู้ที่เริ่มต้นใช้โซลูชันการชำระเงินข้ามพรมแดนที่ขับเคลื่อนด้วย XRP ของ Ripple อย่าง On-Demand Liquidity (ODL) หรือชื่อเดิมคือ xRapid
ตามรายงาน Nium จะร่วมมือกับ Visa ในการผลักดันการชำระเงินข้ามพรมแดนให้กับผู้คนและธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยระบบนี้มีอยู่แล้วในประเทศสิงคโปร์ พร้อมกับสัญญาว่าจะขยายไปสู่อีก 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย เวียดนามและฟิลิปปินส์
Prajit Nanu ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Nium กล่าวว่า “เราเข้าใจถึงความต้องการได้รับเงินอย่างรวดเร็วของแต่ละบุคคลและธุรกิจ โดยเฉพาะในตลาดที่ไม่มีวิธีการชำระเงินแบบทันที ดังนั้นการเป็นพันธมิตรกับ Visa ที่มีเครือข่ายที่ปลอดภัยจะช่วยให้ผู้บริโภคของเราสามารถโอนเงินได้อย่างรวดเร็ว สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น”
เมื่อวานนี้ Marjan Delatinne หัวหน้าฝ่ายการเงินระดับโลกของ Ripple ก็เพิ่งออกมาเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกใหม่เกี่ยวกับการใช้โซลูชันการชำระเงินด้วย XRP ที่เรียกว่า On-Demand Liquidity (ODL) ว่า MoneyGram นั้นได้เริ่มใช้งานโซลูชั่น ODL แล้วในบางประเทศ เช่น ประเทศเม็กซิโกและประเทศไทย
Marjan Delatinne หัวหน้าฝ่ายการเงินระดับโลกของ Ripple ได้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกใหม่เกี่ยวกับการใช้โซลูชันการชำระเงินด้วย XRP ที่เรียกว่า On-Demand Liquidity (ODL)
ที่งาน Asia House Global Trade Dialogue ในสิงคโปร์ Delatinne กล่าวว่า MoneyGram ได้เริ่มใช้งานโซลูชั่น ODL แล้วในบางประเทศ เช่น ประเทศเม็กซิโกและประเทศไทย
“MoneyGram ได้เริ่มใช้โซลูชันนี้แล้วในบางตลาด อย่างเม็กซิโกและไทย และพวกเขาได้รับรู้แล้วว่ามันมีประสิทธิภาพอย่างมากในด้านการลดต้นทุนและการเพิ่มสภาพคล่อง”
Delatinne ยังสรุปกลไกของวิธีการทำงานของ ODL และผลกระทบของ Ripple ที่เชื่อว่าจะเกิดขึ้นในโลกของการชำระเงินข้ามพรมแดนโดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ “ลองจินตนาการว่าคุณเป็นผู้ให้บริการการชำระเงิน และคุณต้องการส่งเงิน $100 ไปยังเม็กซิโก คุณสามารถใช้ XRP ของเราเป็นสะพานระหว่างสกลุเงิน Fiat ทั้งสองสกุลได้โดยเปลี่ยนจาก USD เป็น XRP และเปลี่ยนไปเป็นเปโซเม็กซิกันได้ทันที”
ก่อนหน้านี้ Ripple เพิ่งประกาศว่ามีลูกค้าทั้งสิ้น 24 รายจาก 300+ ราย ที่ได้สมัครใช้งาน ODL แล้วตั้งแต่เริ่มเปิดตัวในเดือนตุลาคมปี 2018

jumboslot

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ Stellar Lumens (XLM) ได้ตัดสินใจเผาเหรียญ XLM ลงครึ่งหนึ่ง โดยหลังจากนั้น David Schwartz หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของ Ripple ให้ทวีตข้อความออกมา โดยบอกว่า Ripple นั้นไม่สามารถเผา XRP แบบนั้นได้ เนื่องจากความเป็น decentralize
ทำให้ Jed McCaleb ผู้ร่วมก่อตั้ง Stellar ออกมาตอบกลับ David Schwartz ว่า หาก Ripple Labs ต้องการ พวกเค้าก็สามารถเผา XRP ได้ครึ่งหนึ่งเช่นกัน
หลังจากนั้น David Schwartz ก็ออกมาตอบกลับว่า “สามารถเผา XRP ทิ้งได้ง่ายๆโดยจ่ายเป็นค่าธรรมเนียมหรือส่งไปยังบัญชีที่ไม่มีใครหา private key เจอ แต่อย่างไรก็ตาม Ripple นั้นให้ความสนใจในการสร้างสภาพคล่องของ XRP มากกว่า และสนับสนุนการนำไปใช้งานมากกว่าการการเอาไปเผาเพียงเพื่อเพิ่มราคาเพียงอย่างเดียว”
CTO ของ Ripple ไม่ใช่คนเดียวที่ออกมาวิจารณ์ Stellar ที่เผาเหรียญทิ้งไปครึ่งหนึ่ง เนื่องจากไม่กี่วันที่ผ่านมา Charlie Lee ผู้สร้าง Litecoin ออกมาแสดงความเห็นว่า การเผา XLM ของ Stellar Development Foundation (SDF) นั้นมีเล่ห์เหลี่ยม เนื่องจากแทนที่จะแจกจ่ายให้กับแฟน ๆ แต่กลับนำไปเผาทิ้ง ซึ่งผลก็คือทำให้ตัวเองรวยขึ้นเท่านั้น
Banco Internacional del Peru หรือที่รู้จักกันในชื่อ Interbank กล่าวว่า เตรียมจะเปลี่ยนจากระบบ xCurrent ของ Ripple ไปเป็นผลิตภัณฑ์การชำระเงินที่ใช้ XRP ที่เรียกว่า On-Demand Liquidity (ODL)
Joisie Mantilla ผู้เชี่ยวชาญด้านบล็อกเชนของ Interbank ได้ประกาศการเคลื่อนไหวครั้งนี้ในงานประชุม Swell 2019 ที่สิงคโปร์
“ในเปรูเราเริ่มคิดถึง cryptocurrencies เมื่อพวกเขาเริ่มปรากฏตัวครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา เรามี innovation lab ภายในธนาคาร และเราเริ่มต้นทำงานกับ xCurrent และหลังจากผ่านมา 1 ปีของการทำงานกับ xCurrent เราจึงได้ตัดสินใจที่จะก้าวไปข้างหน้าในปีนี้ และหันมาใช้ cryptocurrency ในการทำธุรกรรมของเรา”

slot

On-Demand Liquidity (ODL) มีชื่อเดิมว่า xRapid ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ XRP เป็นสะพานเชื่อมระหว่างสองสกุลเงิน โดยก่อนหน้านี้ Ripple ได้ออกมากล่าวว่านับตั้งแต่เปิดตัวผลิตภัณฑ์ในเดือนตุลาคมปี 2018 มีลูกค้า 24 รายจาก 300+ รายที่สมัครใช้งาน ODL
Mantilla กล่าวว่าการให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีใหม่ๆของบริษัทนั้นเป็นความจำเป็นสำหรับการชำระเงินข้ามพรมแดนของละตินอเมริกา “เราพบว่าระบบการชำระเงินในระดับองค์กรหรือการโอนเงินของเรานั้นล้าสมัย เราไม่สามารถแข่งขันในตลาดได้อีกต่อไป มีบริษัทฟินเทคจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มาจากบราซิลหรือจากสหรัฐ ที่ตั้งเป้าจะขยายตลาดเข้ามาในเปรู”