Ripple ปลดล็อค XRP ออกจาก Escrow จำนวน 1 พันล้านเหรียญ หรืออาจมีการเทขาย?

Ripple ปลดล็อค XRP ออกจาก Escrow จำนวน 1 พันล้านเหรียญ หรืออาจมีการเทขาย?

joker123

ในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ทาง Ripple ได้ทำการปลดล็อคเหรียญ XRP ออกมาจากระบบ Escrow อีกครั้งหนึ่งแล้ว
Ripple เอา XRP จำนวน 1 ล้านเหรียญออกมา
การปลดล็อคเหรียญครั้งนี้มีอยู่ภายใต้การโอนทั้งหมด 2 ครั้ง ครั้งละ 500 ล้านดอลลาร์ ซึ่งทาง Ripple มักจะทำแบบนี้ในทุก ๆ วันแรกของเดือน และทำมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว

สล็อต

ปัจจุบันราคาของ XRP นั้นยังคงอยู่ที่ระดับ 1.55 ดอลลาร์ ซึ่งทำให้มูลค่าโดยรวมของมันนั้นสูงถึง 1.6 พันล้านดอลลาร์
การปลดล็อคเหรียญของพวกเขาในทุก ๆ วันที่ 1 นั้นก็เพื่อออกมาขายให้กับสถาบันการเงินหรือพาร์ทเนอร์ที่ใช้ระบบ ODL เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับในตลาด และใช้เป็นต้นทุนในการบริหารบริษัทอีกด้วย
ซึ่งเมื่อพวกเขาทำการขายเสร็จแล้ว ก็จะนำเอาเหรียญจำนวน 80-90% ที่ถูกปลดออกมากลับเข้าไปล็อคใหม่
อย่างไรก็ตาม การขายเหรียญ XRP ในแต่ละครั้งของทาง Ripple นั้นดูเหมือนว่าจะเป็นการขายแบบ P2P ไม่ได้เป็นการขายผ่านกระดาน exchange แต่อย่างใด นั่นหมายความว่าโอกาสที่มันจะส่งผลกระทบต่อราคาในตลาดนั้นค่อนข้างน้อยมาก
โดยอ้างอิงจากทวิตเตอรืที่ถูกโพสต์โดยทาง Whale Alert นั้น ทาง Ripple ได้ทำการโอนเหรียญ XRP จำนวน 69.7 ล้านเหรียญไปยังเว็บกระดานเทรดเหรียญคริปโตใหญ่ ๆ บางแห่ง
โดยเว็บเทรดเหล่านี้ประกอบไปด้วย Bittrex, Huobi, Upbit, Bitstamp และ BtcTurk (หนึ่งในเว็บกระดานเทรดที่ตุรกี)
โดยหนึ่งในธุรกรรมเหล่านั้นดูเหมือนว่า Ripple ได้ช่วยโอน XRP ไปยังเว็บเทรด Huobi จำนวน 7.6 ล้านเหรียญอีกด้วย และ 10 ล้าน XRP ไปยัง Bitstamp
Bitstamp นั้นถือเป็นหนึ่งในพาร์ทเนอร์ของ Ripple ที่ช่วยรัน ODL อยู่ในเมือง Luxembourg อยู่ในขณะนี้
นักวิเคราะห์คริปโตชื่อดัง Austin Arnold ได้แบ่งปันรายชื่อเหรียญ Altcoins 3 รายการที่เขาเชื่อว่ามันอาจเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนในปัจจุบันไปตลอดกาล
ในวิดีโอตอนใหม่ล่าสุด Arnold ได้ชี้ให้เห็นว่า Cardano (ADA) คู่แข่งคนสำคัญของ Ethereum นั้นเป็นในหนึ่งโปรเจกต์แรกที่เขากำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด
Arnold ตั้งข้อสังเกตว่าในเอธิโอเปีย ทีมนักพัฒนาที่อยู่เบื้องหลัง Cardano Input Output HongKong (IOHK) วางแผนที่จะนำโซลูชันอัตลักษณ์แบบกระจายอำนาจ (Atala PRISM) ไปสู่โรงเรียนกว่า 3,500 แห่งในประเทศช่วยให้กระบวนการระบุตัวตนของนักเรียน 5 ล้านคนนั้นเป็นไปอย่างราบรื่น
นอกจากนี้ Cardano ยังได้ร่วมมือกับ World Mobile Group ในแทนซาเนียเพื่อช่วยให้ผู้คนกว่า 100,000 คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบนมือถือ, ข้อมูลประจำตัวดิจิทัลและโซลูชั่นทางการเงินแบบดิจิทัลได้อีกด้วย
สำหรับเหรียญคริปโตตัวถัดไปที่อยู่ในรายชื่อของ Arnold ก็คือ rebase token Benchmark Protocol (MARK) ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับอุปทาน โทเค็น MARK มีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ในราคาเดิมเมื่อเวลาผ่านไป แต่วอลุ่มของโทเค็นในการหมุนเวียนจะมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา Arnold เน้นย้ำว่า MARK เป็นสินทรัพย์ที่ให้ความมั่นคงในช่วงเวลาที่มีความผันผวนสูง และมันยังทำหน้าที่เป็นตัวป้องกันความเสี่ยงแบบยืดหยุ่นอีกด้วย

สล็อตออนไลน์

Arnold กล่าวว่า Benchmark Protocol กำลังเตรียมเปิดตัวตลาดแบบเพียร์ทูเพียร์บน Ethereum และ Binance ในไม่ช้า โดยจะอนุญาตให้ใช้ทรัพย์สินยอดนิยมเช่น PancakeSwap (CAKE) และ Chainlink (LINK) นอกจากนี้ Benchmark ยังจะเปิดโอกาสให้ผู้ถือครองทำ yield farming บนแพลตฟอร์ม The Press ได้อีกด้วย ซึ่งผู้ใช้จะได้รับผลตอบแทนสูง 200 ถึง 300 เปอรเซ็นต์ต่อปี (APY)
Arnold มองว่า Benchmark เป็นเหรียญคริปโตที่มี Marketcap ค่อนข้างต่ำ โดยในขณะที่เขียนรายงานอยู่นี้มันมีมูลค่าตลาดที่อยู่เพียง 40,000 ล้านดอลลาร์เท่านั้น
ส่วนเหรียญคริปโตตัวสุดท้ายที่ Arnold เชื่อว่ามันอาจเปลี่ยนชีวิตให้กับผู้คนได้ก็คือ Chainlink (LINK) เนื่องจากล่าสุดโปรเจกต์เพิ่งได้มีการร่วมมือกับทาง UNICEF Innovation Fund เพื่อสนับสนุนแอปพลิเคชันบล็อกเชนในตลาดที่เพิ่งเกิดใหม่
ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ราคา chainlink ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 7% และยืนเหนือระดับ $ 40 เป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งสัปดาห์
ด้วยความนิยมที่มีจำนวนผู้ใช้งานมากถึง 5 ล้านคนต่อเดือน ทำให้กระเป๋าเงินดิจิทัล MetaMask ตกเป็นเป้าหมายอันดับต้น ๆ ของพวกแฮกเกอร์และนักต้มตุ๋น
เมื่อวันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา MetaMask ได้ออกมาทวิตข้อความ เตือนผู้ใช้เกี่ยวกับบอทฟิชชิ่งที่พยายามจะขโมย Seed Phrases ของพวกเขา
โดยบอทจะส่งข้อความเกี่ยวกับ “การสนับสนุนทันที” ถึงผู้ใช้ที่ตกเป็นเป้าหมาย ให้กรอกข้อมูลลงในแบบฟอร์ม Google Docs ซึ่งเป็นข้อมูลเกี่ยวกับ Recovery Phrases ที่ใช้ในการกู้กระเป๋าเงินดิจิทัลของผู้ใช้
ทาง MetaMask ได้ออกมาบอกว่าไม่มีระบบ Document ช่วยเหลือผู้ใช้งานอย่างเป็นทางการ และให้ผู้ใช้มองหาความช่วยเหลือจากตัวเลือก “รับความช่วยเหลือ” ในแอปเท่านั้น เพื่อป้องกันการถูกหลอก
เมื่อเดือนธันวาคมปี 2020 ได้เกิดเหตุการณ์ “Rotten Seed Phrase Attack” ที่เว็บไซต์ของ MetaMask ถูกลอกเลียนแบบไปเป็นอีกเว็บหนึ่งที่เป็นของปลอม ทำให้กระเป๋าเงินดิจิทัลของผู้ใช้ที่ติดตั้งเว็บไซต์ปลอม ถูกควบคุมโดยนักต้มตุ๋น

jumboslot

ซึ่งผู้ที่ตกเป็นเหยื่อการต้มตุ๋น ไม่ได้มีเพียงแต่ผู้ใช้งานมือใหม่เท่านั้น แต่ Hugh Karp ผู้ก่อตั้ง Nexus Mutual โปรโตคอลประกันภัยแบบกระจายศูนย์เอง ก็ถูกฉกเงินมูลค่า 8 ล้านดอลลาร์ไปด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ผู้ใช้บัญชีแยกประเภทยังถูกขโมยข้อมูลจากช่องโหว่ของเซิร์ฟเวอร์ ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งอีเมล เบอร์โทรศัพท์ หรือแม้แต่กระทั่งที่อยู่ของผู้ใช้รั่วไหลออกไปอีกด้วย
แม้ MetaMask จะออกมาเตือนผู้ใช้เกี่ยวกับบอทฟิชชิ่งดังกล่าว แต่ดูเหมือนว่าจะมีผู้ใช้บางคนตกเป็นเหยื่อไปแล้ว โดยมีผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งตอบกลับ MetaMask ว่า “งั้นแปลว่าเราไม่มีทางได้โทเค็นคืนใช่ไหม?”
ด้วยความที่ MetaMask เป็นแพลทฟอร์ม wallet แบบที่ให้ผู้ใช้งานถือ private key เอง นั่นจึงแปลว่าพวกเขาไม่สามารถเข้าถึงเงินของผู้ใช้งานได้ หรือแม้แต่จะ roll back ธุรกรรมที่ถูกขโมยไปกลับมาก็ทำไม่ได้เช่นกัน ดังนั้นนี่จึงเป็นอุทธาหรณ์สำหรับผู้ใช้งานว่าควรที่จะตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนใช้
Spartan Protocol ซึ่งเป็นโปรโตคอลสำหรับการสร้างสินทรัพย์สังเคราะห์ (Synthetic Asset) บนเครือข่าย Binance Smartchian และเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยสร้างให้ผู้ใช้สามารถขุดสภาพค่ลองเพื่อรับผลตอบแทน ล่าสุดเพิ่งขึ้นถูกโจมตีโดยแฮกเกอร์ โดยคิดเป็นมูลค่าความเสียหายเกือบ 1 พันล้านบาท
รายงานจากบริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ PeckShield ได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดจากการคำนวณส่วนแบ่งสภาพคล่องที่เกิดข้อบกพร่องบนโปรโตคอล ซึ่งถูกใช้เป็นช่องโหว่เพื่อใช้ในการขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลออกจาก Spartan Protocol
รายงานระบุว่า แฮกเกอร์ได้ทำให้ยอดสินทรัพย์ในพูลสูงเกินกว่าความเป็นจริง ก่อนที่จะทำการเผาโทเค็นจำนวนเท่ากันเพื่ออ้างสิทธิ์ในถอนสภาพค่อลง ซึ่งในกรณีแฮกเกอร์ได้รับเงินไปเป็นมูลค่ากว่า 30 ล้านดอลลาร์
Rekt Blog แพลตฟอร์มที่ให้รายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศ DeFi ได้ตั้งข้อสังเกตว่า แฮกเกอร์มีการกู้ยืมเหรียญ wrapped BNB จากแพลตฟอร์ม PancakeSwap จำนวน 100,000 wBNB ก่อนที่จะนำเหรียญ wBNB ไปแปลงเป็นโทเค็น SPARTA ทั้งหมด 5 ครั้งผ่าน Spartan pool โดยแต่ละครั้งแฮกเกอร์จะทำการ swap เหรียญ wBNB จำนวน 1,913 เหรียญไปเป็น SPARTA ทั้งหมด 621,865 เหรียญ
จากนั้นเหรียญจะถูกเผาทิ้งเพื่อให้สามารถถอนสภาพคล่องได้ ซึ่งแฮกเกอร์ได้ทำซ้ำกระบวนการนี้จนสามารถทำเงินได้มากกว่า 30 ล้านดอลลาร์

slot

“ช่องโหว่นั้นเกิดจากข้อเท็จจริงที่ว่า การคำนวณส่วนแบ่งสภาพคล่องจากงบดุลในปัจจุบันอาจสูงเกินกว่าความเป็นจริง และการคำนวณที่ถูกต้องจำเป็นต้องใช้ยอดคงเหลือจาก cached balance ” Rekt Blog เขียนระบุ
โดยหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ราคาของเหรียญ SPARTA ก็ดิ่งร่วงลงทันทีกว่า 40%
อย่างไรก็ตามทาง SpartanProtocol ได้ออกมาประกาศว่า พวกเขาจะร่วมมือกับทาง Binance ในการกู้คืนเงินที่ถูกขโมยไป และจะพยายามชดเชยเงินทั้งหมดคืนให้กับผู้เสียหาย