Euro Exim Bank เผยรายละเอียดใหม่เกี่ยวกับการใช้ Ripple และ XRP

Euro Exim Bank เผยรายละเอียดใหม่เกี่ยวกับการใช้ Ripple และ XRP

joker123

Graham Bright หัวหน้าฝ่ายกำกับดูแลและปฏิบัติงานที่ Euro Exim Bank เปิดเผยรายละเอียดใหม่เกี่ยวกับการใช้ Ripple และ XRP ของบริษัท
ในการให้สัมภาษณ์กับThe Silicon Review Graham Bright ยืนยันการใช้ XRP ของ Euro Exim สำหรับการชำระเงินข้ามพรมแดนและกล่าวว่า บริษัทยังใช้ระบบ payment messaging ของ Ripple เพื่อส่ง Swift messages

สล็อต

“เราเป็นผู้บุกเบิกการใช้ XRP สำหรับการชำระเงินและการเพิ่มสภาพคล่อง”
ย้อนกลับไปในเดือนมกราคม Graham กล่าวว่า Euro Exim กำลังทดสอบระบบการเงินการค้าแบบใหม่ที่ใช้ messaging system ของ Ripple ซึ่งเดิมเรียกว่า xCurrent
Bright กล่าวว่า “บริษัททั้งสองฝ่ายกำลังเตรียมที่จะนำร่องในการเพิ่มคำแนะนำทางการเงินการค้า ลงใน xCurrent message คล้ายกับสิ่งที่ Swift นำเสนอในวันนี้ แต่อยู่บนเครือข่าย blockchain ที่ช่วยให้การแลกเปลี่ยนเป็นแบบเรียลไทม์โดยไม่มีคนกลาง ซึ่งในทางเทคนิคแล้ว คุณสามารถส่งข้อความทั้งหมดผ่าน xCurrent ได้”
Luiz Antonio Sacco กรรมการผู้จัดการของ Ripple กล่าวว่า กฎระเบียบของธนาคารในด้านดิจิทัลที่ชัดเจนของประเทศบราซิล มีบทบาทสำคัญในการขยายธุรกิจของ Ripple ในบราซิล และ Ripple กำลังพูดคุยกับธนาคารและหน่วยงานกำกับดูแลต่าง ๆ เกี่ยวกับการใช้ XRP สำหรับการโอนเงิน
ปัจจุบัน Ripple ทำงานร่วมกับ Santander Brasil, Bradesco และ Rendimento ซึ่งใช้ระบบการชำระเงิน (payment messaging system) ของ บริษัท แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีบริษัทใดที่เริ่มใช้ XRP
หลัวจาก Ripple เปิดสำนักงานแห่งใหม่ในบราซิลเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และจากการสำรวจของ Sacco พบว่า ประมาณ 30% ของปริมาณธุรกรรมทั้งหมดของ Ripple มาจากประเทศนี้
“เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นการเติบโตของระบบนิเวศของเราในภูมิภาคนี้ และนำสถาบันการเงินต่าง ๆ มาสู่ RippleNet เพื่อมอบประสบการณ์การชำระเงินข้ามพรมแดนที่ยอดเยี่ยมและมีประสิทธิภาพ สำหรับลูกค้าของพวกเขา”
“บราซิลเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรมฟินเทค และเป็นเหมือนคนกรุยทาง เพื่อให้ธนาคารต่าง ๆ ที่เหลือของละตินอเมริกาได้ทำตาม” โดยนอกจากบราซิลแล้ว Ripple ยังให้ความสำคัญกับการขยายตัวในหลายประเทศในอเมริกาใต้ เช่น ชิลี เปรู และอาร์เจนตินา

สล็อตออนไลน์

Brad Garlinghouse ซีอีโอของ Ripple กล่าวว่าในปีหน้าจะมีธนาคารที่จะถือครอง และซื้อขายสกุลเงินดิจิตอลมากขึ้น นอกจากนี้ เขายังเชื่อว่าจะมีหลายประเทศที่จะแปลงสกุลเงินดั้งเดิมของพวกเขาให้กลายเป็นดิจิทัล
ในโพสต์ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม Brad Garlinghouse และผู้บริหาร Ripple คนอื่น ๆ ได้แบ่งปันถึงความคาดหวังของพวกเขาสำหรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง
ธนาคารชั้นนำจะหันมาถือการถือครองและซื้อขาย Crypto
จากข้อมูลของ Garlinghouse ธนาคารอย่างน้อย 20 แห่งที่ใหญ่ที่สุดจากทั่วโลก จะหันมาถือครองและซื้อขายสกุลเงินดิจิตอลในปีหน้า ยิ่งกว่านั้น เขาเชื่อว่าสกุลเงิน Fiat ของประเทศส่วนใหญ่จะกลายเป็นแบบดิจิตอลในปีหน้า
“ประเทศอาร์เจนตินา จะแปลงสกุลเงินของประเทศให้เป็นดิจิทัลภายในสิ้นปีหน้า” Garlinghouse กล่าว เช่นเดียวกับ Ethan Beard รองประธานของ Xpring ก็คาดการณ์ว่าธนาคารกลางอย่างน้อยหนึ่งแห่งจะเปิดตัวสกุลเงินดิจิตอลในปีหน้า
การยอมรับ Crypto
สินทรัพย์ดิจิทัลจะเข้าสู่กระแสหลักมากขึ้นในปีหน้า โดย Ripple เชื่อว่าเราจะเห็นการเติบโตอย่างน้อย 3 ประการ: การยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลในระดับสถาบันจะเพิ่มขึ้น , สินทรัพย์ดิจิตอลจะเข้าไปอยู่ในผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สำคัญ , และการวิวัฒนาการโดยรวมของอุตสาหกรรม crypto
Ripple คาดว่าคลื่นลูกใหญ่ของการยอมรับของสถาบันจะเริ่มในปีหน้า “การปรากฏตัวของผู้เล่นที่ได้รับการยอมรับ จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของสถาบันในพื้นที่และปูทางไปสู่การยอมรับจากสถาบันมากขึ้นในปีหน้า” Breanne Madigan หัวหน้าตลาดสถาบันระดับโลกของ Ripple กล่าว
ผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอด
แม้เราคาดว่า cryptocurrencies จะเริ่มวิวัฒนาการในปีหน้า แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดที่จะอยู่รอด โดย Garlinghouse คาดการณ์ว่า cryptocurrencies ที่ไม่พบกรณีการใช้งานจริงจะหายไป
“โลกไม่จำเป็นต้องมีสินทรัพย์ดิจิทัลมากถึง 2000++ และผมก็ไม่คิดว่าจะมีเพียงเหรียญเดียวที่จะอยู่เหนือเหรียญอื่นๆทั้งหมด แต่หากเหรียญนั้นไม่มีกรณีการใช้งานจริงแล้วมันก็คงเป็นได้แค่การเก็งกำไร และมันจะไม่รอด”
ทิ้งท้าย
โดยสรุปแล้ว ปีหน้าความสนใจของสถาบันใน cryptocurrencies จะเพิ่มขึ้น และควบคู่ไปกับความชัดเจนของกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา และการมาถึงของ halving ทั้งหมดนี้ จะนำไปสู่การยอมรับ crypto ในระยะต่อไป ขณะที่นักลงทุนที่ชาญฉลาดจะย้ายการลงทุนเข้าสู่ Crypto เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
Ripple บริษัทด้านการชำระเงินบน blockchain ที่อยู่เบื้องหลังของ XRP ซึ่งเป็น altcoin ที่ใหญ่เป็นอันดับสามของตลาด ประกาศว่าสามารถระดมทุนได้ 200 ล้านดอลลาร์ในการระดมทุนรอบใหม่
Ripple ประกาศเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม เกี่ยวกับการระดมทุนในรอบ Series C นำโดยบริษัทลงทุน Tetragon และมีผู้เข้าร่วมอย่าง SBI Holdings คู่ค้ารายใหญ่จากญี่ปุ่น ของ Ripple และ บริษัทร่วมทุน Route 66 Ventures
การระดมทุนครั้งใหม่นี้จะช่วยให้ Ripple สามารถปรับปรุงเครือข่ายการชำระเงินทั่วโลกและการใช้งานที่กว้างขึ้นของสินทรัพย์ดิจิตอล XRP และ XRP Ledger
ยิ่งไปกว่านั้น การลงทุนใหม่นี้ได้รับการกล่าวว่าเป็นปีที่ดีที่สุด เนื่องจาก Ripple มีการรายงานว่า “ปี 2019 เป็นปีที่มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่สุด”
Brad Garlinghouse ซีอีโอของ Ripple กล่าวว่า “บริษัทของเค้ายังคงเร่งการผลักดันและความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมขณะที่ คนอื่น ๆ ต่างชะลอการเติบโตของพวกเขาหรือแม้แต่ปิดตัวลง”
Ripple อ้างว่ามีลูกค้ากว่า 45 ประเทศ ใน 6 ทวีป พร้อมด้วยความสามารถในการชำระเงินกว่า 70 ประเทศ โดยในปีนี้มีการทำธุรกรรมเพิ่มขึ้น 10 เท่า ในขณะที่เครือข่ายการชำระเงินทั่วโลกของบริษัทอย่าง RippleNet ก็เติบโตขึ้นโดยมีลูกค้ามากกว่า 300 รายทั่วโลก
ปี 2019 กลายเป็นปีที่แข็งแกร่งที่สุด แม้ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2019 จะมียอดขายลดลงกว่า 73% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2

jumboslot

Alexander Holmes ซีอีโอของ MoneyGram ซึ่งถือเป็นหุ้นส่วนรายใหญ่ของ Ripple กล่าวว่า บริษัทของเค้านั้นไม่ได้ถือครองสินทรัพย์ crypto ใด ๆ รวมถึง XRP
Ripple นั้นซื้อหุ้น MoneyGram ด้วยราคา 50 ล้านดอลลาร์ในปี 2019 และระบุว่า MoneyGram จะใช้งานแพลทฟอร์ม On-Demand Liquidity (ODL) ของ Ripple เพื่อช่วยในการทำธุรกรรมระหว่างสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก
แต่ในการให้สัมภาษณ์กับทางสำนักข่าว CNN ครั้งล่าสุด Holmes ยืนยันว่าโซลูชันนี้ช่วยให้ MoneyGram ใช้ XRP ได้โดยไม่ต้องถือครอง
“มีกฎระเบียบและกฎทางด้านบัญชีที่เปลี่ยนแปลงมากมายรอบ ๆ cryptocurrency และสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง แต่..ไม่เลยเราไม่ถือครองสินทรัพย์ crypto ใด ๆ” Holmes กล่าว
แต่ถึงอย่างนั้น Holmes ก็ยืนยันว่า “XRP เป็นสินทรัพย์ที่เป็นอนาคตของการทำธุรกรรมทางการเงินทั้งหมด ด้วยพันธมิตรกว่า 300 ราย และบางทีในวันหนึ่งมันอาจเข้ามาแทนที่ระบบการชำระเงินแบบเดิมอย่าง SWIFT – นั่นคือแรงบันดาลใจขนาดใหญ่”
ราคา XRP ลดลงต่ำกว่า $0.20 ไปอยู่ที่ $0.18 ติดลบ 7.81% ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2017 ก่อนที่ราคาจะปีนขึ้นไปสู่จุดสูงสุดตลอดกาลในตอนนั้น
การลดลงของ XRP ครั้งนี้ เป็นผลมาจากการร่วงของ BTC ที่ลดลงไปถึง $6,600 ที่ผลักให้ altcoins เหรียญอื่น ๆ เช่น Ethereum, Litecoin, BNB, Stellar Lumens, Link และ IOTA นั้นลดลง 10-13% ซึ่งดูแล้วอาการแย่ไม่ต่างจาก XRP เลย
แม้ XRP จะดูราคาย่ำแย่ แต่ก็มีหลายคนในชุมชนคริปโตที่เตรียมพร้อมจะซื้อมัน ยกตัวอย่าง DonAlt ที่กล่าวว่า หากปิดกราฟรายสัปดาห์เหนือกรอบสีเขียวที่เขาวางเอาไว้ เขาก็อยากจะเสี่ยงดูซักหน่อย

slot

นักวิเคราะห์อย่าง Jacob Canfield ก็มีเป้าหมายในการซื้อเหมือนกันที่ระหว่าง $0.10 ถึง $0.15 แต่ก็เตือนให้ใช้ความระมัดระวัง
ด้านสาวก XRP ก็มีการโพสว่าหากซื้อตอนนี้ ถ้ามันกลับไปราคา..เท่านั้น..เท่านี้..จะได้กำไรเท่าไหร่ ซึ่งดูแล้วต้องอาศัยการ “ดมกาว” พอสมควรเลยทีเดียว