เกิดอะไรขึ้น!!! จำนวนที่อยู่ที่มีการใช้งานในเครือข่าย XRP ติดลบ 83% ตามหลังแม้กระทั่ง Dogecoin แล้ว

เกิดอะไรขึ้น!!! จำนวนที่อยู่ที่มีการใช้งานในเครือข่าย XRP ติดลบ 83% ตามหลังแม้กระทั่ง Dogecoin แล้ว

joker123

หลักฐานต่าง ๆ ที่ชี้ให้เห็นว่านักลงทุน XRP กำลังมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากจำนวนที่อยู่ที่ยังมีการงานในเครือข่าย (Active addresses) XRP ลดลงอย่างรุนแรง ในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา

สล็อต

นักลงทุน XRP ยอมแพ้กันแล้วหรือ?
CryptoRand ได้โพสต์ข้อมูลที่แสดงจำนวนของ Active addresses ที่มีการใช้งานของเหรียญต่าง ๆ ซึ่งพบว่ามีหลายเหรียญที่ค่าลดลงในช่วงเดือนที่ผ่านมา ซึ่ง XRP นั้นดูแล้วเลวร้ายที่สุด
จำนวน Active addresses ของ XRP ลดลง 29,208 ในเดือนที่แล้ว ซึ่งติดลบ -83.3% โดยตามหลังเหรียญอย่าง Bitcoin SV (BSV) , Dogecoin (DOGE) และ Decred (DCR)
อย่างไรก็ตามตัวเลขนี้อาจไม่ถูกต้องทั้งหมด เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบกันระหว่างเดือนกุมภาพันธ์กับเดือนมีนาคม ซึ่งมีการร่วงของราคาครั้งสำคัญ
หากเราย้อนไปดูกราฟ 3 เดือนย้อนหลังของจำนวน XRP addresses จะพบความชัดเจนมากกว่าเดิมเล็กน้อย
จากภาพด้านบน เมื่อลองดูในกรอบเวลาที่ยาวขึ้น จะพบว่าจำนวนที่อยู่ XRP ยังคงค่อนข้างคงที่แม้ว่าจะยังต่ำกว่าเหรียญอื่น ๆ ใน 10 อันดับแรกก็ตามที
ขณะที่ทางด้าน Bitcoin พบว่าจำนวนที่อยู่ที่มีการใช้งานยังคงสูงกว่าเหรียญอื่น ๆ ทั้งหมด อย่างไรก็ตามจำนวนก็มีการลดลงเล็กน้อยในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา
กลับกัน Ethereum กลับมีที่อยู่ที่มีการใช้งานเพิ่มขึ้นถึง 22% สะท้อนให้เห็นถึงการใช้งานที่เพิ่มขึ้นของ Ethereum blockchain ซึ่งโดดเด่นในด้าน decentralized finance (DeFi) ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว DeFi กำลังครองเครือข่าย Ethereum ในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมาไปแล้วเรียบร้อย
ก่อนหน้านี้เพิ่งมีรายงานว่า ทวีตที่มีการติดแฮชแท็ก #XRP มีทั้งสิ้น 2,542 ครั้ง ลดลงถึง 60% หากวัดตั้งแต่เดือนมกราคม 2020 ซึ่งโดยปกติแล้วทวีตของ XRP นั้นจะอยู่ระหว่าง 6,000 และ 7,000 เป็นประจำ

สล็อตออนไลน์

ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เตรียมเปิดตัวบริการชำระเงินข้ามพรมแดนที่ขับเคลื่อนโดย Ripple เพื่อช่วยในการโอนเงินของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทยที่มาจากทั้ง กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม รวมถึงประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการโอนเงินกลับประเทศ
หลังจากที่ Ripple เป็นหุ้นส่วนกับ DeeMoney บริษัท non-bank แห่งแรกของประเทศไทยmujใช้เทคโนโลยีของ RippleNet ในการรับเงินที่โอนเข้ามาสู่ประเทศไทย และล่าสุด Ripple ก็ได้ร่วมมือกับ ธนาคารไทยพาณิชย์จำกัด (มหาชน) ในการโอนเงินข้ามพรมแดนจากแอป SCB Easy
“และด้วยการใช้เทคโนโลยีของ RippleNet ทำให้ลูกค้าสามารถชำระเงินข้ามพรมแดนได้โดยตรงจากโทรศัพท์มือถือ” คุณอาทิตย์ ศรีอัมพร (Arthit Sriumporn) รองประธานอาวุโส SCB กล่าว
“ธนาคารไทยพาณิชย์มีอายุมากกว่า 100 ปี และเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยด้วยสาขามากกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ เราสนับสนุนลูกค้าที่หลากหลายตั้งแต่รายย่อยที่เป็นธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางอย่าง SME รวมถึงระดับองค์กร เรามุ่งเน้นไปที่การเพิ่มคุณค่าให้กับประสบการณ์ของลูกค้าอยู่เสมอ และ RippleNet ช่วยให้เราทำสิ่งนี้ได้”
ด้วยความที่คนไทยชื่นชอบการใช้แอปของธนาคารบนมือถือมากกว่าการเดินทางไปที่สาขา ธนาคารไทยพาณิชย์จึงพยายามคิดค้นนวัตกรรมดิจิทัลใหม่ ๆ มาตลอดในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา สิ่งนี้ทำให้ธนาคารสามารถยืนอยู่ในอันดับหนึ่งในตลาด mobile banking ของประเทศไทย
การโอนเงินออกจากประเทศไทย
ในขณะที่ DeeMoney นั้นช่วยให้คนไทยที่อยู่ต่างประเทศสามารถโอนเงินกลับบ้านได้เร็วขึ้นและค่าใช้จ่ายถูกกว่า ทางด้าน SCB จะมุ่งเน้นไปที่ลูกค้าที่ต้องการส่งเงินไปต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น กัมพูชา ลาว และพม่า
“เมื่อผู้คนคุ้นเคยกับความสะดวกในการทำธุรกรรมจากโทรศัพท์ของพวกเขา เราจึงได้เพิ่มความคาดหวังของลูกค้าในทุกบริการของเรา ลูกค้าที่ส่งเงินให้กับครอบครัวและเพื่อนนอกประเทศไทยไม่ชอบที่จะต้องมาที่สาขาเพื่อกรอกแบบฟอร์มมากมาย แล้วก็ต้องรอถึง 5 วันกว่าที่ปลายทางจะได้รับเงิน”
ประมาณการล่าสุดระบุว่า จำนวนแรงงานข้ามชาติในประเทศไทยสูงถึง 5 ล้านคน และความต้องการส่งเงินกลับบ้านของพวกเขาได้ทำให้ตลาดการโอนเงินมีมูลค่าสูงถึง 68 พันล้านเหรียญ การใช้เทคโนโลยีของ RippleNet จะช่วยให้ลูกค้าของธนาคารสามารถส่งเงินได้เร็วขึ้น ราคาถูกลงและสะดวกยิ่งขึ้น
“เราสร้าง SCB Easy ซึ่งเป็นแอปที่ทำงานบน Ripple เพื่อช่วยให้ลูกค้าของเราสามารถส่งเงินไปยังครอบครัวและเพื่อนที่อยู่ต่างประเทศได้จากโทรศัพท์ของพวกเขา การโอนจะเกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ แต่ก็ยังถูกกว่ากระบวนการเดิมที่ต้องรอ 5 วัน เราใช้ RippleNet เพื่อเชื่อมต่อกับพันธมิตรธนาคารทั่วโลกซึ่งช่วยให้เรามีเส้นทางมากขึ้น และให้บริการลูกค้าได้มากขึ้นอย่างรวดเร็วและง่ายดาย” คุณอาทิตย์ ศรีอัมพร กล่าว
นอกจากนี้ SCB ยังเตรียมที่ขยายตลาดการส่งเงินไปยังภาคการท่องเที่ยวที่กำลังเติบโตในประเทศไทย ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวมากกว่า 38 ล้านคนในปี 2018 ซึ่งประเทศไทยนั้นเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตอนนี้ธนาคารต้องการให้นักท่องเที่ยวสามารถใช้แอปสำหรับการชำระเงินค่าสินค้าและบริการ โดยไม่ต้องวุ่นวายกับการเปลี่ยนสกุลเงินก่อน
“เรากำลังพัฒนาระบบ QR code ที่ใช้กับแอพ ซึ่งจะช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถใช้แอพมือถือในประเทศของเราเพื่อชำระเงินผ่านระบบ QR code นักท่องเที่ยวเพียงสแกนรหัสก็สามารถจ่ายเงินได้ทันทีโดยไม่ต้องมานั่งสนใจกับอัตราแลกเปลี่ยนหรือต้องพกเงินสกุลท้องถิ่นจำนวนมาก สิ่งนี้ถือเป็นสิ่งใหม่ในตลาดที่จะเปลี่ยนแนวการท่องเที่ยวและทำให้ชีวิตดีขึ้น” คุณอาทิตย์ ศรีอัมพร กล่าว
สิงคโปร์นั้นเพิ่งประกาศใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับ cryptocurrency ที่เรียกว่า Payment Services Act (PSA) ในเดือนมกราคม 2020 แต่ปรากฎว่ามีบริษัทบางแห่ง เช่น Ripple, Coinbase และ Binance ได้รับการยกเว้นจากกฎหมายให้สามารถดำเนินงานต่อได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตเป็นเวลา 6 เดือน
ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) ซึ่งเป็นธนาคารกลางของประเทศและหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินที่สำคัญ ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 24 มีนาคม อนุญาตให้บริษัทใหญ่ ๆ หลายแห่ง เช่น Ripple, Coinbase และ Binance ดำเนินงานเพื่อให้บริการในด้านการชำระเงินแบบดิจิตอลในสิงคโปร์ต่อได้โดยไม่ต้องมี PSA license
ตามที่ MAS ประกาศ ทำให้ Ripple Labs Singapore, Coinbase Singapore และ Binance Asia Services สามารถเปิดให้บริการต่อได้โดยไม่ต้องมี PSA license จนถึงวันที่ 28 กรกฎาคม 2020
MAS ระบุว่าการยกเว้นจะสิ้นสุดลง หลังจากถึงระยะเวลาที่กำหนด หรือหากมีการยื่นขอใบอนุญาตภายใต้ PSA
BitGo และ Gemini ก็ได้รับการยกเว้นเช่นกัน
BitGo Singapore ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Bitgo ผู้ให้บริการชำระเงินด้วย Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในโลก และ บริษัท Gemini Trust Company ซึ่งเป็นเว็บเทรดและ custody service จาก Twinklevoss twins ได้รับการยกเว้นใบอนุญาตเป็นเวลา 12 เดือน
บริษัท crypto อื่น ๆ ในรายการที่ได้รับการยกเว้น เช่น OKCoin , Pundi X และ Cumberland ซึ่งให้บริการซื้อขาย cryptocurrency ของ DRW Holdings

jumboslot

Ripple Labs ประกาศบริจาคเงิน 200,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 6,400,000 บาท ให้กับองค์กรการกุศล 2 แห่งเมื่อวันที่ 25 มีนาคม โดยการบริจาคเหล่านี้จะเป็นการนำเงินไปช่วยในการต่อสู้การแพร่กระจายของ COVID-19 ทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา
ในทวีตอย่างเป็นทางการของ Ripple ระบุว่าได้บริจาคเงิน $100,000 แก่ Tipping Point Emergency และ COVID Regional Response Fund ของ Silicon Valley Community Foundation ตามลำดับ
Tipping Point เป็นองค์กรการกุศลที่ตั้งอยู่ในซานฟรานซิสโก ทำงานเพื่อต่อสู้กับความยากจนในเมืองแคลิฟอร์เนีย โดยพวกเขาหวังว่าจะระดมเงินทั้งหมด 1 ล้านดอลลาร์ สำหรับโครงการต่อสู้กับ COVID-19
ขณะที่ Silicon Valley Community Foundation จะมุ่งเน้นไปที่ผลกระทบของ COVID-19 ในบบริเวณ Silicon Valley
นอกจากนี้ หากใครสนใจบริจาคเงินเพื่อต่อสู้กับ COVID-19 ก็สามารถเข้าไปผ่านทางองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ที่เว็บไซต์ www.COVID19ResponseFund.org

slot

ขณะที่ในประเทศไทยก็มีการเปิดตัวโครงการ #โกวิท20 หรือ “โครงการเพื่อฮีโร่ไทยสู้โควิด19” ซึ่งมีศิลปิน ดารา นักแสดง และเหล่าคนวงการบันเทิงเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้จำนวนมาก จนเกิดเป็นกระแสไวรัลในโลกโซเชียลและทำเอาระบบธนาคารออนไลน์ล่มกันเลยทีเดียว สำหรับวิธีการเข้าร่วมของโครงการนี้ เพียงร่วมกันบริจาค 20 บาท ไปที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาสาทร ชื่อบัญชี “โครงการเพื่อฮีโร่ไทยสู้โควิด19” เลขที่บัญชี 142 3 103033
โดยเมื่อบริจาคแล้ว ก็ให้ส่งหลักฐานการบริจาคไปที่ ThaiHeroes หรือส่งไปที่ Line ID : @jantra หรือถ่ายรูปตัวเองกับหลักฐานการโอนเงิน โพสต์ลงโซเชียลและแท็กชื่อเพื่อนอีก 20 คน